+++ ดั่งดวงหฤทัย 10 +++ (Jin + Junno, Kame + YamaP) +++ ByKT
ที่หน้าชานเรือนภายในอาณาบริเวณบ้าน ชายหนุ่มรูปหล่อใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสกำลังยืนยิ้มรอการมาเยือนของจักรพรรดิ์หนุ่มอยู่แล้ว
จินหยุดม้าลงตรงหน้าชายหนุ่มผู้นั้นพลางเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง
ไงมัสซึดะ มารอก่อนเลยนะ
ว่าพลางกระโดดลงจากหลังม้า ส่วนจุนโนะก็ปีนลงมาจากม้าของตนเช่นกัน
ขอรับ ทันทีที่ได้ยินว่าพระองค์เสด็จมาก็รีบมาเตรียมสถานที่ให้พร้อมรอพระองค์เลยขอรับ
เด็กหนุ่มใบหน้ายิ้มแย้มว่าพลางยื่นมือไปรับสายบังเหียนจากจิน
เมื่อตะกี้เจอยูยะที่ใจกลางหมู่บ้านน่ะ อีกเดี๋ยวคงตามมาแหล่ะนะ รายนั้นน่ะอาสาตัดชุดประจำหมู่บ้านให้กับว่าที่ภรรยาข้าให้ทันงานคืนพรุ่งนี้ แบบนี้เจ้าก็คงต้องอยู่ช่วยด้วยล่ะซิ
มัสซึดะพอได้ฟังสิ่งที่จินพูดก็ถึงกับชะงักค้างเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกตะลึง
พระองค์ว่าอะไรนะขอรับ ยูยะกำลังจะตัดชุดให้...ให้...ว่าที่ภรรยาของพระองค์...
อืม ก็ใช่น่ะซิ คนนี้แหล่ะว่าที่ภรรยาของข้า จุนโนะสุเกะ ทากุจิ
ว่าแล้วจินก็ดึงมือของจุนโนะให้ออกมารู้จักกับคนรับใช้คนสนิท จุนโนะเองก็ยิ้มเขินๆให้กับมัสซึดะด้วยรอยยิ้มที่แสนงดงามจนอีกคนถึงกับตกตะลึง ก่อนจะยิ้มแฉ่งออกมาด้วยสีหน้าเบิกบานอย่างที่สุด
ไชโย ดีใจจังขอรับ ในที่สุดพระองค์ก็มีคนรักกับเขาเสียที หม่อมฉันดีใจจนไม่รู้จะพูดยังไงดีแล้วขอรับ ดีใจที่สุดเลย เย้
อาการดีอกดีใจจนออกนอกหน้าของเด็กหนุ่ม ทำเอาอีกสองคนถึงกับหัวเราะร่าอย่างเบิกบานใจ ก่อนที่จินจะหันมายิ้มล้อ
นี่ถ้ายูยะมาเห็นเจ้าดีใจออกนอกหน้าต่อหน้าข้าแบบนี้ สงสัยได้มีเทศนากันยาว
คำพูดของจักรพรรดิ์หนุ่มทำเอามัสซึดะถึงกับหุบยิ้มทันใด ก่อนจะเหลียวมองไปทางหน้าขอบรั้วบ้านใหญ่ เมื่อไม่เห็นว่ามีร่างบอบบางของยูยะอยู่ในรัศมีสายตาแล้ว เด็กหนุ่มก็ถอนใจออกมาอย่างโล่งออก ทำเอาสองหนุ่มหัวเราะร่วนออกมาอีกรอบ
นี่ถ้ายูยะเขาจะสั่งสอนเจ้าจริงๆ ก็ช่วยบอกเขาด้วยนะว่าข้าฝากบอกว่า ให้หัดทำตัวเป็นกันเองแบบเจ้าบ้าง อย่าสำรงสำรวมอะไรนักเลย ข้าก็แค่พี่จินคนเดิมของพวกเจ้าสองคนนั่นแหล่ะ ทำแบบเจ้าจะช่วยให้ข้าไม่รู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวในหมู่บ้านของข้าเองนะ
มัสซึดะได้ฟังก็ถลึงตามองงงๆ ต่อเมื่อได้รับรอยยิ้มเอ็นดูเป็นมิตรดังเช่นเมื่อกาลก่อนสมัยเขายังเป็นเด็กน้อยตัวเล็กวิ่งตามรุ่นพี่ที่ตัวโตกว่าอย่างจินไปเที่ยวตะลอนๆแล้ว เด็กหนุ่มก็ยิ้มออกมาอย่างจริงใจ
ขอรับ ข้าจะบอกยูยะให้
ดีมาก
จินว่าพลางตบไหล่มัสซึดะเบาๆสองสามที ก่อนจะถามคำถามที่ทำเอารุ่นน้องหนุ่มถึงกับหน้าแดงขึ้นมาทันใด
แล้วเมื่อไหร่จะแต่งงานกับยูยะซะที
หนุ่มตาหยีก้มหน้าเขินๆ พร้อมอ้อมแอ้มตอบ
อีกสองปีขอรับ เราตกลงกันเอาไว้เช่นนั้น
จินกับจุนโนะได้ยินก็ยิ้มอย่างเอ็นดู
ถ้างั้นอย่าลืมเชิญเรามางานด้วยล่ะ ไม่เช่นนั้นล่ะก็ข้าจะสั่งลงโทษให้แสนสาหัสเลยคอยดู
จินแกล้งขู่เล่นด้วยน้ำเสียงเหี้ยม ทำเอามัสซึดะถึงกับหน้าซีดทันใด เห็นแล้วจุนโนะก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้พลางตีมือคนรักไปเบาๆ
จินก็อย่าแกล้งน้องเขาแบบนี้ซิ
ใครว่าข้าแกล้ง ข้าเอาจริงต่างหาก
จินยังคงแกล้งไม่เลิก จนจุนโนะต้องหยิกเบาๆที่ต้นแขนเข้าให้อย่างหมั่นไส้
นี่แหน่ะว่าแล้วยังไม่เลิกอีก เดี๋ยวก็งอนซะหรอก
เฮ้ย ไม่เอานะ ไม่แกล้งแล้วๆอย่างอนเลยนะจุนโนะนะ
จักรพรรดิ์หนุ่มอ้าปากอ้อนวอนด้วยท่าทีที่น้อยคนนักจะเคยเห็น จะว่าไปท่าทางของจักรพรรดิ์หนุ่มก็เหมือนเวลาชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งเวลาออดอ้อนคนที่ตนรักมากที่สุดเช่นกัน
เห็นแล้วมัสซึดะก็อดอมยิ้มขำๆไม่ได้ ดีจังที่ได้เห็นพี่จินของเขากลับมามีความสุขทำตัวเป็นเด็กๆอีกครั้ง
ถ้าไงไปงอนง้อกันข้างในดีกว่าไหมขอรับ จะได้พักผ่อนกันไปด้วย ส่วนข้าก็จะได้เอาม้าไปเก็บ
อืม ก็ดีเหมือนกันนะ
สองหนุ่มหันมาพยักหน้าให้กัน ก่อนที่จินจะโอบไหล่ร่างบอบบางของคนรักไว้ ยิ้มอย่างเบิกบานแล้วประคองพาร่างของจุนโนะเข้าไปในตัวบ้าน โดยมีสายตายิ้มๆของมัสซึดะมองตามไปด้วยความชื่นชม
ภายในบ้านหลังใหญ่ถูกจัดแต่งได้เข้ากับธรรมชาติด้านนอก แต่ก็ดูผ่อนคลายและอบอุ่น จุนโนะเหลียวมองรอบบ้านด้วยความสนใจ ระคนไปกับความพึงพอใจ
ข้าชอบบ้านแบบนี้จัง
อืม ข้าก็ชอบ
จินเห็นด้วย พลางพาจุนโนะไปจนถึงห้องนอนหลังใหญ่ที่อยู่ชั้นบนของบ้าน ในส่วนเพดานเตี้ยที่เป็นรูปสามเหลี่ยมตามส่วนของหลังคา กรุกระจกบานใหญ่ทำให้มองเห็นท้องฟ้าได้ถนัดโดยมีมู่ลี่ชักเพื่อปิดบังแสงแห่งดวงอาทิตย์หากร้อนแรงจนเกินไป
ตรงกลางห้องนอนนั้น มีฟูกใหญ่หนานุ่มทรงกลมวางไว้ โดยมีม่านระย้าสีขาวบางห้อยลงมาจากเพดานล้อมกรอบ ปูทับด้วยผ้าขนแกะผืนใหญ่ที่ขาวสะอาดตาพร้อมด้วยหมอนนุ่มขนาดใหญ่เล็กลดลั่นกันที่วางไว้โดยรอบให้ความรู้สึกผ่อนคลายน่าหลับนอนสบาย
เตาผิงเล็กๆที่อยู่ข้างฝาด้านหนึ่ง มีฟูกนุ่มผืนไม่ใหญ่นักกับหมอนอิงสองสามใบ พร้อมกับชั้นวางหนังสือเล็กๆแบบแปลกตาแต่ดูเข้ากันได้ดีกับการจัดแต่งห้องแบบนี้นัก ทำให้มุมหน้าเตาผิงดูจะเป็นมุมพักผ่อนที่ดี ในขณะที่ข้างหน้าต่างบานใหญ่บนผนังอีกด้านที่หันออกทางสวนสวยด้านหน้านั้น ก็มีฟูกนุ่มและหมอนอีกอยู่อีกหลายใบ พร้อมกับโต๊ะเดี้ยๆที่วางถาดผลไม้สดไว้
จุนโนะจ้องมองการตกแต่งภายในห้องนอนหลังใหญ่นี้ด้วยประตาสดใสชื่นชม
ห้องนี้นี่น่าอยู่จัง ให้อยู่ในนี้ทั้งวันทั้งคืนยังได้เลยนะนี่
จินได้ฟังก็ยิ้มเจ้าเล่ห์พลางโอบกอดร่างบอบบางของคนรักไว้ พร้อมกับจุมพิตเบาๆบนแก้มนวลใส
ถ้างั้นก็อยู่กันทั้งวันทั้งคืนวันนี้เลยเป็นไง
ไม่เอาหรอก ถึงห้องนี้จะน่าอยู่แต่ข้าว่าข้างนอกก็น่าเที่ยวเหมือนกันนะ เพิ่งมาครั้งแรกข้าอยากเที่ยวให้ทั่วๆมากกว่า อีกอย่างอยู่ในนี้ทั้งวันทั้งคืนไม่รู้จะทำอะไร
มีซิ สิ่งที่จะทำในนี้ทั้งวันทั้งคืนน่ะ มีแน่ๆ
นัยย์ตาเปล่งประกายสื่อความหมายทำเอาจุนโนะถึงกับก้มหน้างุด พอจะนึกรู้อยู่เหมือนกันว่าจินหมายถึงอะไร หนุ่มหน้าหวานก็เลยทุบไปบนอกของคนรักเบาๆด้วยความขวยเขิน
บ้า คิดอะไรลามก
จินยิ้มอย่างเอ็นดู พลางก้มลงหอมคนน่ารักในอ้อมกอดของตนหนึ่งฟอด
ไม่ได้เหรอ จุนโนะ
น้ำเสียงออดอ้อนแหบพร่าแสนเซ็กซี่นั่นทำเอาจุนโนะถึงกับขนลุกซู่ ก่อนจะช้อนตามองจินราวกับจะถามว่าจินต้องการแน่หรือ จนจินถึงกับหัวเราะอย่างเบิกบานใจ
ยังหรอก รอให้หลังจากพิธีแต่งงานของเราก่อน ข้าจะไม่ยอมทำลายเกียรติอันสูงส่งของคนที่ข้ารักเพียงเพราะความต้องการของข้าเด็ดขาด แต่หลังจากที่ข้ามีสิทธิ์ที่จะทำอย่างที่ใจต้องการอย่างเต็มที่แล้ว เมื่อนั้นข้าจะถามคำถามนี้อีกครั้งได้ไหม
จุนโนะแย้มยิ้มอ่อนหวานพลางประคองใบหน้าของจินไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง
งั้นท่านก็ฟังคำตอบไว้ตั้งแต่วันนี้เลย เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่คำตอบของข้าสำหรับจินแล้วจะเป็นเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ข้าเต็มใจจะเป็นของจินและอยู่กับจินจนชั่วนิรันดร์
จักรพรรดิ์หนุ่มได้ฟังก็ทรงยิ้มสรวลอย่างเบิกบานใจ ยกมือขึ้นประคองท้ายทอยของคนรัก ก่อนจะดันรั้งให้ใบหน้าของหนุ่มหน้าหวานเคลื่อนเข้ามาใกล้ ประทับรอยจูบอันเต็มไปด้วยความรักที่มีมอบให้แก่กันและกันอย่างเต็มใจ
+++++
แสงแดดอ่อนๆส่องประกายจับทาบทับอยูบนขอบฟ้า เสียงนกกาไก่ขันเริ่มดังขึ้นในได้ยิน ชายหนุ่มร่างบอบบางนอนตะแคงร่างกระชับผ้าห่มอุ่นให้โอบกระชับแน่นเข้าพลางซุกกายเข้าหาความอบอุ่นจากร่างที่นอนอยู่ด้านข้าง
จินเหม่อมองท่าทางยามหลับของคนรักด้วยแววตารักใคร่ จะมองอย่างไร มองนานแค่ไหนก็ไม่รู้สึกเบื่อ
เวลาผ่านไปชั่วครู่ใหญ่ๆ จนกระทั่งแสงแห่งดวงสุริยาเริ่มฉาบไล้เข้ามาภายในห้องนอนใต้หลังคาแหลมสูงห้องนี้
จุนโนะค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างง่วงงุนพลางอ้าปากหาววอดๆ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง พร้อมกับกอดกระชับร่างของจินแน่นเข้าราวกับคิดว่าชายหนุ่มเป็นหมอนข้างอย่างไรอย่างนั้น
จินยิ้มออกมาอีกครั้งด้วยความเอ็นดู แต่ยังคงนอนนิ่งให้จุนโนะกอดซุกได้ตามใจ โดยไม่คิดจะเรียกปลุกขัดการหลับนอนอันแสนสุขของจุนโนะเลยสักนิด
ไม่นานเท่าใดนัก ดวงตาเรียวของเด็กหนุ่มหน้าหวานก็ลืมขึ้นอีกครั้ง พลางกระพริบตาถี่ๆไล่ความง่วงงุน พร้อมกับริมฝีปากบางที่อ้าขึ้นเพื่อหาวขับไล่อาการง่วงนอนให้พ้นออกไป พลางยืดมือขึ้นบิดขี้เกียจ
อรุณสวัสดิ์จุนโนะ
เสียงทักทายของจินดังขึ้นทันทีที่มั่นใจแล้วว่าร่างบางกำลังจะลืมตาตื่นขึ้นมาจริงๆ
องค์ชายหนุ่มหน้าหวานเงยหน้าขึ้นด้วยใบหน้าเอ๋อๆของคนพึ่งตื่นนอน ก่อนที่บนใบหน้านั้นจะประดับไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน
อรุณสวัสดิ์จิน ตื่นนานแล้วหรือ
อืม สักพักแล้วล่ะ กำลังนอนมองเจ้ายามหลับเพลินอยู่เชียว
คำตอบของจักรพรรดิ์หนุ่มทำเอาจุนโนะถึงกับยิ้มแก้มแทบปริด้วยใบหน้าที่เริ่มมีเลือดฝาดรับอรุณ
โรคจิต...คนนอนหลับอยู่มีอะไรน่าดูกัน
ไม่รู้ซิ แต่แค่ขอเพียงเป็นเจ้า ไม่ว่าจะทำอะไร อยู่ที่ไหนข้าก็รู้สึกว่ามันน่าดูทุกครั้งไป
เสียงหัวเราะคิกคักอย่างพอใจดังขึ้นเบาๆจากริมฝีปากบางของจุนโนะ ก่อนที่เด็กหนุ่มจะยันตัวขึ้นจากท่านอนที่นอนกอดกันอยู่
ข้าจะไปอาบน้ำล่ะ แล้วจิน...
ข้าก็จะไปอาบน้ำเช่นกัน อาบด้วยกันนะ
จุนโนะได้ฟังพร้อมด้วยได้เห็นใบหน้าหล่อๆที่ลุกขึ้นนั่งแล้วยื่นหน้ามามองจ้องตาเขาอย่างใกล้ชิด ทำเอาจุนโนะถึงกับก้มหน้างุดๆด้วยความเขินอาย
ไม่ดีกว่า เดี๋ยวจะอาบน้ำอาบท่ากันไม่เสร็จเสียที จินอยากอาบก่อนไหม
จักรพรรดิ์หนุ่มส่ายหน้าไปมา พลางตอบ
ไม่ล่ะ จุนโนะอาบก่อนเถอะ รีบๆอาบแล้วเตรียมตัวซะนะ หลังอาหารเช้าข้าจะพาเจ้าไปสถานที่ที่หนึ่ง ไปกับข้านะจุนโนะ
อืม ข้าไปกับท่านทุกที่อยู่แล้ว
หนุ่มหน้าหวานตอบรับเน้นคำอย่างช้าๆราวกับจะให้คำสั่งนั้นจัดลงที่ส่วนสมองที่ไม่มีวันลืมเป็นเด็ดขาด
อาชาสองตัวเหยาะย่างเคียงคู่กันมาตามทางป่าเขา ค่อยๆไต่ขึ้นสู่ภูผาสูงชันด้านทิศเหนือของตัวหมู่บ้าน บรรยากาศภายในผืนป่า ร่มครึ้มเย็นสบาย เสียงนกร้องขับขานดังแว่วอยู่ตลอดเวลา บ่งบอกความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าได้เป็นอย่างดี
ควบขี่ต่อมาได้อีกสักระยะ ก็ปรากฎเสียงซู่ๆดังแว่วแผ่วๆมาให้ได้ยิน จุนโนะขมวดคิ้วเงี่ยหูฟังนิดๆ ก่อนจะยิ้มออกมาบางเบา
น้ำตกหรือ
อืม สวนสวรรค์ของที่นี่เลยแหล่ะ
ว่าแล้วจินก็ชักม้านำหน้าไปเล็กน้อย เสียงน้ำตกค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆพร้อมกับต้นไม้ใหญ่หนารอบข้างที่ดูจะโปร่งขึ้นกว่าช่วงไหนๆ และแล้วทั้งสองหนุ่มก็มาถึงบริเวณน้ำตก
ตัวน้ำตกเล็กๆที่อยู่ท่ามกลางขุนเขาแห่งนี้ไม่ได้สูงใหญ่อะไรนัก น่าจะสูงสักสองเมตรเศษ แต่น้ำที่ตกลงมานั้นใสแจ๋วและเยียบเย็นจนเมื่อละอองน้ำลอยขึ้นมาปะทะ ก็ก่อให้เกิดความชุ่มชื่นใจได้ไม่น้อย
บึงน้ำใสที่อยู่ด้านล่างนั้น คงจะมีแร่ธาตุอย่างใดอย่างหนึ่งปะปนอยู่ จนปรากฎเป็นสีเขียวมรกตอ่อนๆ และรอบข้างบึงน้ำสีสดสวยนั้น ก็เต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ใบอันแสนสวยงามขึ้นกันอยู่หนาแน่น โดยที่ด้านหนึ่งเหนือบึงน้ำใหญ่นั้นมีเถาวัลย์พันเกลียวห้อยลงมาจากต้นไม้สูงใหญ่ต้นเดียวที่อยู่ใกล้บึงน้ำที่สุดผูกกับแผ่นไม้ไว้เพื่อเป็นชิงช้า
ธรมมชาติที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาเองโดยแทบไม่มีฝีมือมนุษย์เข้ามาข้องเกี่ยวนั้น ช่างสวยงามวิจิตรนักหนา จนหนุ่มหน้าหวานต้องยิ้มออกมาด้วยความเบิกบาน
สวยจัง สมแล้วที่จินจะเรียกว่าสวนสรรค์
จินยิ้มรับพลางพยักหน้า ก่อนจะกระโดดลงมาจากหลังม้า แล้วจูงม้าไปผูกไว้กับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ก่อนจะกลับมาช่วยรับร่างของจุนโนะที่กำลังปีนลงมาจากหลังม้า แล้วจึงพาม้าของจุนโนะไปผูกไว้ใกล้ๆกับม้าของตน แล้วจึงหยิบเอาห่อผ้าผืนหนึ่งบนหลังม้าติดมาด้วย
ข้าเตรียมเสบียงและเสื้อผ้ามาผลัดเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว เราลงเล่นน้ำกันเถอะ
อืม
สองหนุ่มหยักยิ้มให้แก่กัน ก่อนจะหาที่เหมาะๆวางสัมภาระของพวกตนลง แล้วจึงกระโดดตูมลงเล่นน้ำในบึงสวยสีใสนั้นกันอย่างสนุกสนาน
ภายหลังจากที่เล่นว่ายน้ำกันจนเหน็ดเหนื่อยแล้ว สองหนุ่มก็ขึ้นมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วนั่งทานอาหารกันใต้ต้นไม้ใหญ่จนอิ่มหนำสำราญ
จินนั่งพิงหลังกันต้นไม้ต้นใหญ่ในขณะที่จุนโนะนั่งเอนร่างกับอกแกร่งในอ้อมกอดของชายหนุ่มผู้เป้นที่รัก
มีความสุขจังเลยนะจิน ไว้วันหลังเรามาเที่ยวที่นี่กันอีกนะ
อืม จินยิ้มบางๆพลางก้มหน้าจุมพิตลงบนหน้าผากมนของคนรัก
ข้าสัญญา แต่ว่าหลังจากนี้เราคงต้องกลับวังกันแล้วล่ะ ข้ามีภารกิจสำคัญที่จะต้องกลับไปสะสางจัดการ
เกลี่ยกล่อมองค์ชายรองแห่งจิซึระให้แย่งชิงราชสมบัติใช่ไหม
อืม
จินพยักหน้ารับ พร้อมกับก้มลงมองคนรักของเขาด้วยแววตาอ่อนหวาน
นอกจากนั้นยังต้องไปเตรียมการจัดงานแต่งงานของเราสองคนด้วย เจ้าคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม หากข้าจะจัดงานแต่งงานของเรา ก่อนที่จะเดินทางไปพบพ่อแม่เจ้า เพราะหากจิซึระยังไม่ได้ตกเป็นขององค์ชายคาซึยะแล้ว ข้าก็คงไม่สามารถออกจากอาณาจักรในฐานะขององค์จักรพรรดิ์ได้ แต่ถ้าจะให้รอจนถึงเวลานั้นแล้วค่อยแต่ง ข้ากลัวว่าข้าจะอดใจไม่ไหว ทำลายเกียรติ์ของเจ้าเสียก่อนน่ะซิ
จุนโนะพอได้ฟังก็ก้มหน้าอมยิ้มเขินๆ พลางทุบเบาๆที่อกของคนรัก
ลามก พูดแบบนี้แสดงว่ากำลังคิดอะไรไม่ดีไม่งามกับข้าอยู่ล่ะซิ
จินอมยิ้มก่อนจะก้มลงหอมแก้มคนรักฟอดใหญ่อย่างหมั่นเขี้ยว
ก็เจ้าอยากน่ารักเองทำไมล่ะ น่ารักจนข้าอยากรักเจ้าจะแย่อยู่แล้วรู้ไหม
ใบหน้าของจุนโนะแดงซ่านขึ้นมาทันใด อ้อมแอ้มตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาขวยเขิน
ถ้างั้นก็ไม่ต้องอดใจซิ
คำตอบของหนุ่มน่ารักทำเอาจินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เจ้าว่าอะไรนะ
ว่าพลางเชยคางคนรักขึ้นให้มองสบตากัน
ก็ในเมื่อยังไงข้าก็เต็มใจจะเป็นของท่าน จะช้าหรือเร็วก็ต้องเป็นของท่าน จะเป็นเมื่อไหร่ยังไงก็ไม่เป็นอะไรหรอก ถ้าการอดทนรอจะทำให้เจ้าต้องทนทรมานกับความรู้สึกที่ต้องอดกลั้น ก็ไม่ต้องทนหรอกจิน ข้าอยากให้ท่านมีความสุข ไม่อยากให้ท่านนึกถึงข้า เกรงใจข้าจนไม่มีความสุขรู้ไหม
รอยยิ้มเบิกบานซาบซึ้งใจปรากฎขึ้นบนใบหน้าขององค์จักรพรรดิ์หนุ่ม ก่อนที่จินจะประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบาและอ่อนหวาน
ชายหนุ่มละริมฝีปากออกเพียงเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบแผ่วเบาไปบนริมฝีปากของคนรัก
แค่มีเจ้าอยู่ข้างกายข้าเพียงเท่านี้ ข้าก็มีความสุขที่สุดในโลกแล้วจุนโนะ ข้ายินดีอดทนอดกลั้นในครั้งนี้ เพื่อจะได้มีความสุขที่สุดในวันแต่งงานของเราดีกว่า ข้ารักเจ้านะจุนโนะสุเกะ ดวงหฤทัยของข้า
จินกดประทับริมฝีปากของตนกับริมฝีปากของร่างบางอีกครั้ง จูบแลกความหวานความรู้สึกให้กันและกันได้รับรู้อย่าเต็มอกเต็มใจ
ข้าก็รักท่านเช่นกัน จิน ดวงหฤทัยของข้า
จุนโนะกระซิบบอกรักยามเมื่อชายหนุ่มละริมฝีปากออก สองหนุ่มยิ้มให้กันบางเบาก่อนจะประกบจูบอย่างดูดดื่มกันอีกครั้ง อย่างไม่รู้เบื่อ
ลานกว้างใจกลางหมู่บ้านท่ามกลางขุนเขาค่ำคืนนี้ถูกตกแต่งด้วยคบไฟหลากสี ดอกไม้นานาพันธุ์ประดับประดาอยู่ทั่วบริเวณ กองไฟกองใหญ่ถูกจุดขึ้นที่ใจกลางลานกว้างนั้น โดยมีโต๊ะเก้าอี้วางอยู่โดยรอบ
ทางด้านทิศเหนือของลานพิธี ยกแท่นขึ้นเตี้ยๆโดยมีโซฟาตัวนุ่มใหญ่กว้างขวางจนสามารถใช้เอนนอนได้กันถึงสองสามคนตั้งอยู่ หมอนอิงหลากหลายขนาดถูกจัดวางไว้เพื่อให้หยิบใช้ได้สะดวก
รอบข้างแท่นเตี้ยและโซฟาตัวใหญ่ประดับประดาด้วยกระถางดอกไม้นานาพันธุ์ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว หน้าโซฟาตัวนั้น ตั้งไว้ด้วยโต๊ะไม้เตี้ยๆตัวใหญ่ทำด้วยไม้เนื้อดีขัดเงามันจนเรียบรื่นไล้เสี้ยนตำออกมาแม้เพียงนิด
เสียงหลอดเขาสัญญาณก้องดังขึ้น ผู้คนที่เริ่มมารวมตัวกันและจับจ้องจองที่นั่งไว้ต่างก็หยุดคำพูดสนทนาปราศรัยของตน พร้อมกับลุกขึ้นยืนเพื่อทำความเคารพคนที่กำลังเดินทางมาถึง
ร่างของชายหนุ่มสองคนที่อยู่ในชุดแต่งกายประจำเผ่าดูงดงามสง่า ในขณะที่ชายหนุ่มที่อยู่ด้านซ้ายดูองอาจสง่างามน่าเกรงขาม หนุ่มหน้าหวานใสที่เดินมาเคียงข้างกลับดูงดงามน่ารักสดสวยราวกับเทพธิดานางฟ้าลอยลงมาจุติเช่นนั้น
ชาวเมืองทั้งหลายต่างก้มศรีษะถวายความเคารพสองหนุ่มโดยพร้อมเพรียงกันด้วยสายตาแห่งความชื่นชม เคารพยกย่อง
งานพิธีเริ่มขึ้น การแสดงการละเล่น และอาหารโอชะต่างๆถูกทยอยนำออกมา เสียงสรวลเสเฮฮาพร้อมกับบรรยากาศร่าเริงสนุกสนานรายล้อมไปทั่วบริเวณ
กระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านมาจนค่อนดึก ท่านผู้เฒ่าจึงประกาศเริ่มต้นการเต้นรำปิดพิธี เสียงดนตรีแผ่วเบาอ่อนหวานดังขึ้น พร้อมกับที่จินหันมาทางชายหนุ่มคนสนิทที่นั่งอยู่ที่โต๊ะใกล้ๆกับโซฟาและแท่นยกของตน
ไม่ออกไปเต้นรำเหมือนทุกครั้งหรือ
อย่าแซวซิขอรับ ยังข้าก็ต้องไปอยู่แล้ว
ว่าแล้วมัสซึดะก็ลุกขึ้น พลางเดินตรงไปโค้งตรงหน้าหนุ่มหน้าหวานนามยูยะ ซึ่งหนุ่มน้อยก็อมยิ้มเอียงอายพร้อมกับส่งมือให้กับชายหนุ่ม
จุนโนะมองเห็นชายหนุ่มรุ่นๆอีกหลายคนที่ลุกขึ้นทำเช่นเดียวกับมัสซึดะ และโดยไม่ทันตั้งตัว คนข้างกายของเขาก็ลุกขึ้น แล้วทำท่าทีเช่นเดียวกับที่มัสซึดะทำต่อหน้ายูยะเช่นกัน
ถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจอะไรนัก แต่จุนโนะก็ยอมยื่นมือแล้วลุกขึ้นเดินตามการนำของร่างสูงไปจนกระทั่งมาหยุดอยู่รอบกองไฟ
เป็นการเต้นรำประเพณีประจำเผ่าน่ะ เฉพาะคนโสดที่ยังไม่ได้แต่งงานจะขอคนที่ตัวเองรักขึ้นมาเต้นรำด้วย คล้ายๆเป็นโอกาสให้สารภาพรัก ถ้าคนที่ถูกขอไม่คิดอะไรด้วยก็จะไม่ยอมออกมาเต้นรำเด็ดขาด เพราะถือเป็นความผิดรุนแรงถ้าหากจะยอมเต้นรำด้วยทั้งๆที่ไม่ได้รัก
จินกระซิบบอกคนรักเพื่อไขข้อข้องใจ ในขณะที่รอคนอื่นๆให้เดินเข้ามาสมทบ
อย่างนั้นหรือ แต่ว่าการเต้นรำประจำเผ่าแบบนี้จะเหมือนกับการเต้นรำอื่นๆหรือไม่ ถ้าไม่ข้าเต้นไม่เป็นนะ
จินยิ้มอย่างเอ็นดูพลางกระซิบตอบ
ไม่ยากหรอก คนในเผ่าที่ไม่เคยเต้น แค่เต้นตามไม่นานก็เป็นแล้วล่ะ มองดูรอบข้างไว้แล้วกัน ถ้าจะเอาคนที่แม่นๆหน่อยก็ยูยะ รายนั้นน่ะถูกมัสซึดะขอเต้นทุกครั้งมาหลายปีแล้ว จนใครๆเขาก็รู้กันทั่ว รอเพียงเวลาจัดงานวิวาห์เท่านั้น
อืม น่ารักนะ
จุนโนะยิ้มพลางหันไปมองดูชายหนุ่มสองคนที่ยืนอยู่ถัดจากคู่ของเขาไปไม่ไกล
ใช่ เป็นคู่ที่น่ารักที่สุดในหมู่บ้านเลยล่ะ เอาล่ะจะเริ่มแล้วนะ
จินเอ่ยเตือนเมื่อเห็นว่านักดนตรีทั้งหลายกำลังจะจบบทเพลงช่วงต้นแล้ว จากนั้นเสียงดนตรีก็เปลี่ยนไปเป็นคึกคักร่าเริง หนุ่มๆภายในวงเต้นรำก็เริ่มวาดเท้าวาดมือตามจังหวะเสียงเพลง ส่วนจุนโนะก็มองตามท่าร่างของยูยะพร้อมกับทำตามอยู่สักพักก็เริ่มคล่องและเป็นหลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มเต้นได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องเหลียวมองหนุ่มน้อยนั้นอีกแล้ว
ดวงตาหวานเรียวจึงหันมาจ้องมองแต่ใบหน้าของชายหนุ่มผู้เป็นที่รักที่เต้นคู่กันอยู่ตรงหน้า
เสียงเพลางบรรเลงคึกคักดังต่อเนื่องกันชั่วครู่ใหญ่ๆจนนักเต้นรำทั้งหลายเริ่มเหน็ดเหนื่อย จุนโนะเองก็เหนื่อยจนคิดจะชวนจินกลับไปนั่งพัก แต่แล้วอยู่ๆบทเพลงก็หยุดลงเสียดื้อๆ พร้อมกับเสียงตบมือดังเกรียวกราว
ทันใดนั้นโดยไม่ทันคาดคิด จินกับมัสซึดะและชายหนุ่มบางคนก็คุกเข่าลงตรงหน้าคนรักของตน พร้อมกับก้มศรีษะจนหน้าผากของตนแนบกับเท้าของอีกฝ่าย
เสียงอุทานอื้ออึงดังขึ้นถ้วนทั่วทิศ จุนโนะเหลียวมองคนอื่นๆก็เห็นว่าชายหนุ่มหน้าหวานบางคนที่คนรักทำให้ตนเช่นนั้นถึงกับหลั่งน้ำตาในขณะที่บางคนก็เอาแต่ยิ้มด้วยความเบิกบานใจ ในขณะที่คู่อื่นๆที่ไม่ได้ทำอย่างที่จินทำก็พากันเดินจูงมือกลับไปยังที่นั่งของตน
จินลุกขึ้นยืนพร้อมๆกับคนอื่ๆน ก่อนจะประคองร่างของคนรักที่ยังคงทำหน้าสงสัยอยู่กลับไปยังที่นั่ง
หมายความว่าอย่างไรกันหรือการกระทำเมื่อกี้
จุนโนะเอ่ยถามด้วยความสงสัย จินจึงยิ้มตอบก่อนจะเอ่ยกระซิบเฉลยให้คนรักฟัง
เป็นการขอแต่งงานแบบเผ่าของเรา หากใครทำเช่นนี้กับคนรักในการเต้นรำประเพณีแล้วล่ะก็ แสดงว่ากำลังจะจัดงานแต่งงานขึ้นภายในปีนี้ บางคนที่ร้องไห้ก็คงเพราะยังไม่รู้ตัวมาก่อนว่าคนรักของตนจะขอตนแต่งงานปีนี้น่ะ
สิ้นคำอธิบายของร่างใหญ่ เสียงประกาศของท่านผู้เฒ่าเรื่องที่จะมีงานมงคลของทั้งแผ่นดินภายในปีนี้ก็ก้องขึ้น
จินกับจุนโนะเหลียวมองหน้ากัน ก่อนจะยิ้มเบิกบานให้แก่กันและกันด้วยความสุข
+++ to be con +++
2007/May/07
2007/Apr/30
คำเตือน: กรุณาอย่าคิดอะไรมากหากมันแปลกๆเพราะนี่คือฟิคแฟนตาซี (เล่นง่ายง้านเลย)
+++ ดั่งดวงหฤทัย 9 +++ (Jin + Junno, Kame + YamaP) +++ ByKT
คำพูดของหนุ่มร่างบาง ทำเอาสามคนที่เหลือถึงกับตกตะลึงไปพร้อมกันๆ
คาเมะกับยามะพีหันมามองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนที่คาเมะจะเอ่ยปากถาม
ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าเป็นใคร
นิโนะแย้มยิ้มอย่างเอ็นดู พร้อมกับยกมือขึ้นลางบนใบหน้าของคาเมะแผ่วเบา
ทำไมข้าจะไม่รู้...ข้าเป็นคนทำคลอดเจ้า...เป็นคนเลี้ยงดูเจ้าตั้งแต่ออกมาจากครรภ์องค์ราชินีจนกระทั่งเจ้าสองเดือน อยู่กับเจ้าทุกวันทุกคืน...และข้า...ข้าคือคนที่เลือกให้เจ้ามีชีวิตอยู่ และ...และเลือกให้ฝาแฝดของเจ้าตาย
พูดจบหนุ่มร่างบางที่พูดไปสะอึกสะอื้นไปก็ก้มหน้าร้องไห้โฮออกมา ปล่อยให้สองหนุ่มรุ่นเยาว์กว่าทั้งสองถึงกับนิ่งอึ้งตัวชาไปพร้อมๆกัน ในขณะที่ชายวัยกลางคนร่างสูงก้าวมาโอบกอดปลอบโยนคนรักของตน
..
..
.
อ๊ากกกกก เจ็บๆ นิโนะ ข้าเจ็บเหลือเกินทำไงดี
อดทนไว้นะขอรับ ทำไงดีล่ะ ท่านหมอยังไม่มาเลย หมอหลวงก็ตามเสด็จองค์จักรพรรดิ์ไปด้วยทำไงดีๆ
นิโนะเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนเหลียวซ้ายแลขวาด้วยความกระวนกระวายใจทำอะไรไม่ถูก เมื่ออยู่ๆองค์ราชินีก็เกิดจะมาปวดท้องคลอดก่อนกำหนดเป็นเดือนเช่นนี้ ท่านหมอหลวงก็ตามเสด็จองค์จักรพรรดิ์และข้าราชบริพารส่วนใหญ่ ไปทำพิธีมิ่งขวัญบ้านเมืองที่เมืองหลวงเก่าเสียด้วย เหลือไว้แต่องค์ราชินีและข้ารับใช้รวมทั้งทหารหลวงจำนวนหนึ่ง เพราะองค์ราชินีทรงท้องแก่ไม่สามารถเดินทางไปด้วยได้ แต่ไม่นึกเลยว่า.....
โอ๊ย เจ็บๆ เจ็บเหลือเกิน นิโนะๆ
ท่าทีเจ็บปวดทรมานขององค์ราชินีทำให้นิโนะตัดสินใจนำอุปกรณ์ที่ใช้ทำคลอดมาวางไว้ใกล้ๆ แล้วเริ่มลงมือทำคลอดตามที่เคยเห็นมา แม้จะไม่ได้เป็นหมอ แม้จะไม่มีความรู้แพทย์แต่อย่างใด แต่ในเวลานี้ สิ่งเดียวที่เขาจะพอทำได้ก็มีแค่นี้
หายใจลึกๆ แล้วเบ่งออกมาเลยนะขอรับ เอ้า อึ้บบบบบบบ อึ้บบบบบบบบบบ.
อุแว้ อุแว้
เสียงร้องไห้จ้าของทารกที่เพิ่งเกิดใหม่ดังระงมไปทั่วห้อง ออกจะดังมากเกินไปหน่อยด้วยซ้ำเมื่อเสียงร้องไห้นั้นไม่ได้ดังออกมาจากทารกเพียงหนึ่ง แต่เป็นสองเลยต่างหาก
ข้าหลวงร่างบางคนสนิทขององค์ราชินีอุ้มโอรสน้อยทั้งสองที่เพิ่งเกิดใหม่ด้วยฝีมือทำคลอดของเขาเองไว้บนเบาะนุ่มข้างร่างขององค์ราชินี
ดวงตาขององค์ราชินีลืมขึ้นอย่างอ่อนล้า ก่อนจะหันมายิ้มกับลูกน้อยทั้งสองร่างอย่างชื่นชม เช่นเดียวกับนิโนะที่ก้มลงมองทารกทั้งสองด้วยแววตารักใคร่ชื่นชมและเทิดทูนเหลือเกิน
น่ารักนะขอรับ ไม่นึกเลยว่าจะประสูติพระโอรสถึงสองพระองค์
นั่นซินะ สวรรค์คงประทานพรให้เราล่ะมั้ง
องค์ราชินีทรงเงยหน้าขึ้นยิ้มกับคนสนิท ก่อนที่นิโนะจะก้มลงมองทารกน้อยทั้งสองอีกครั้ง ในขณะที่องค์ราชินีทรงจับจ้องมองใบหน้าของนิโนะนิ่งด้วยแววตาเหม่อลอยครุ่นคิด
นิโนะ
ขอรับ ร่างบางเงยหน้าขึ้นยิ้มตอบรับ
เลือกไป...เลือกไปคนนึง แล้วพาหนีออกไปซะ
คำสั่งขององค์ราชินีทำเอานิโนะถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ทะ...ทะ...ทำไม...
ข้าหลวงคนสนิทเอ่ยปากละล่ำละลักถาม ในขณะที่องค์ราชินีทรงหลับตาลงหลั่งรินน้ำตาลงมาจากใบหน้า
เจ้าก็รู้ว่าสถานการณ์ของเราตอนนี้เป็นยังไง ทำตามที่ข้าบอกเถอะ...อย่างน้อยถ้ามีอะไรเกิดขึ้นตามคำทำนายจริง จะยังมีเลือดเนื้อเชื้อไขคนหนึ่งของเราที่จะมีชีวิตรอด พาเขาไปซะ คนไหนก็ได้ พาไปสักคนนึงเถอะ เลือกไปคนหนึ่งเถอะ...ข้าทิ้งองค์จักรพรรดิ์ไม่ได้ ถึงแม้เราอาจจะต้องตาย...แต่นี่สวรรค์ยังปราณีให้ข้าคลอดลูกแฝด ให้ใครสักคนในครอบครัวเราได้มีชีวิตรอด ได้โปรดเถอะ พาเขาไป พาหนีไปซะ ขอร้องล่ะนิโนะ...
องค์ราชินีทรงลืมตาขึ้นจ้องมองใบหน้าของข้าหลวงคนสนิทด้วยสีหน้าแววตาอ้อนวอน ในขณะที่นิโนะเองก็หลั่งน้ำตาออกมาด้วยเช่นกัน
แล้วทำไม...ทำไม่ให้ข้าพาหนีไปทั้งสองคนล่ะขอรับ...
องค์ราชินีทรงหลับตาพลางส่ายหน้าไปมา
ไม่ได้...ถ้าทำอย่างนั้นจะไม่มีใครรอดเลย เจ้าก็รู้ไม่ใช่หรือ ว่าหากไม่มีโอรสใดคลอดออกมาจากท้องเราเลย พวกนั้นจะต้องสงสัยอยู่แล้วว่าข้าให้ใครคนหนึ่งพาพวกเขาหนี เพราะงั้น ทางที่ดีที่สุดก็คือ....พาไปซะ ใครก็ได้สักคน เลือกไปหนึ่งคน แล้วพาเขาหนีไปซะ ได้โปรดเถอะ นิโนะ ได้โปรด ข้อขอร้อง ขอร้องเจ้าแล้วล่ะ
ว่าแล้วองค์ราชินีก็ทรงก้มศรีษะลงคำนับขอร้องกับร่างบางคนสนิท
อย่าทรงทำเช่นนี้เลย ข้า...ข้ายอมทำตามที่ท่านสั่งแล้ว อย่าก้มหัวให้ข้าอีกเลย
นิโนะเอ่ยปากทั้งน้ำตาในขณะที่พยายามก้มศรีษะให้จดพื้นยิ่งกว่า น้อมต่ำยิ่งกว่าที่องค์ราชินีทรงทำให้
ขอบใจเจ้ามากนะนิโนะ บุญคุณครั้งนี้หากชาตินี้ข้าไม่มีโอกาสได้ทดแทน ชาติหน้าข้าจะขอชดใช้ให้เจ้าแล้วกันนะ
อย่าทรงตรัสเช่นนั้นเลยขอรับ ข้า...ข้า...
หนุ่มหน้าหวานยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้ ในขณะที่องค์ราชินีทรงเร่งให้เลือกเด็กคนใดคนหนึ่งไปสักคน ก่อนที่จะมีใครเข้ามาเห็นและรับรู้ความลับนี้
นิโนะหลับตาลงเอื้อมมือไปข้างหน้าสะเปะสะปะจนสัมผัสได้ถึงร่างของเด็กน้อยคนหนึ่ง จึงรีบคว้าร่างนั้นไว้แล้ววิ่งหนีออกไปทันใด
นิโนะอุ้มเด็กทารกแรกเกิดคนหนึ่งมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงหลังบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง
ก่อนจะรีบเคาะประตูเรียกอย่างรัวเร็วด้วยความร้อนใจ
ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งออกมาเปิดประตูให้ ก่อนจะทำหน้าตกใจ
นิโนะ...เกิดอะไรขึ้นน่ะทำไม
อย่าเพิ่งถามเลยโชขอข้าเข้าไปข้างในก่อน
โดยไม่รอฟังคำตอบ นิโนะก็เพ่นพรวดเข้าไปข้างใน ก่อนจะเร่งให้โชปิดประตูหลังบ้านลง
ชายหนุ่มหน้าหวานทรุดนั่งลงกับพื้นร้องไห้โฮออกมาทันใด ทันทีที่ประตูบ้านถูกปิด
โชทรุดนั่งลงข้างกายโอบไหล่คนหน้าหวานไว้อย่างปลอบใจ
เกิดอะไรขึ้นนิโนะ แล้วเด็กนี่....
เด็กคนนี้เป็น...เป็นองค์ชายแห่งจิซึระ....
ว่าอะไรนะ
โชอุทานออกมาด้วยความตกใจ ในขณะที่นิโนะเริ่มต้นเล่าเรื่องราวที่ตนเพิ่งประสบพบออกมาจนหมด
ทำไงดีโช ข้าควรทำไงดี ข้าจะเอาเด็กคนนี้ไปไว้ที่ไหน แล้วข้าจะทำใจกลับไปรับใช้องค์ราชินีและองค์ชายน้อยได้ยังไง แล้วถ้ามีใครบังเอิญรู้ว่ามีโอรสสองพระองค์ล่ะ แล้ว...
ข้ามีแผนอะไรดีๆแล้วล่ะ
เสียงๆหนึ่งดังขัดออกมาจากหลืบหนึ่งภายในสวนด้านหลัง จากนั้นร่างบอบบางของไอบะ มาซากิ ก็ปรากฎตัวขึ้นทั้งน้ำตา
อีกไม่กี่วัน ลูกของข้าก็จะคลอดแล้ว สับเปลี่ยนองค์ชายกับลูกข้าเถอะ จะต้องไม่มีใครระแวงแน่ๆว่าลูกของข้าต่างหากคือองค์ชายตัวจริง ถ้าเกิดสามีข้าเกิดรู้ขึ้นมาว่าพระราชามีลูกแฝด ยังไงซะ องค์ชายก็จะ....
เจ้าบ้าไปแล้วเหรอมาซากิ แล้วถ้าไอ้นั่นมันจับลูกของเราได้แล้วคิดว่าเป็นองค์ชายล่ะ ลูกของเราก็....
คำพูดของโช ทำเอาชายหนุ่มหน้าหวานที่นั่งร้องไห้กอดร่างเด็กชายถึงกับตะลึงไปทันใด
นิโนะเหลียวมองหน้าของสองเพื่อนรักด้วยแววตาเวิ้งว้างว่างเปล่า ภายในสมองมีแต่สีขาวโพลนไปหมด
ลูกของเรา...หมายความว่า...
ไอบะเหลียวหันมามองร่างของนิโนะด้วยสีหน้าตกใจ
ชายหนุ่มหน้าหวานหยักยิ้มราวกับจะเยาะเย้ยตนเองขึ้นหนึ่งครั้ง
ข้าเข้าใจแล้วล่ะ เอาตามที่มาซากิว่าเถอะ ส่วนลูกของพวกเจ้า....
นิโนะเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาจริงจังและจริงใจ
ข้าขอสาบานด้วยเกียรติของข้าว่าข้าจะปกป้องเขาให้เติบใหญ่ให้ได้ด้วยชีวิต
..
..
.
คาเมะและยามะพีนิ่งฟังเรื่องราวที่นิโนะเล่าด้วยความตั้งใจ จนกระทั่งชายหนุ่มเล่ามาถึงตรงนี้ ยามะพีก็ถึงกับตัวชาวาบขึ้นมาทันใด
ไม่จริง ไม่จริงใช่ไหม...ไม่หรอก ไม่ใช่ ไม่ใช่ใช่ไหมท่านแม่...เด็กทารกที่ถูกสับเปลี่ยนคนนั้น ไม่ใช่...
โทโมะ
นิโนะเอ่ยเรียกชื่อลูกของตัวเองด้วยแววตารักใคร่สงสาร
แม้เจ้าจะไม่ใช่ลูกแท้ๆของแม่ แต่แม่ก็รักเจ้าเยี่ยงลูกในไส้จริงๆนะ
ไม่ ไม่จริง ไม่จริง
ชายหนุ่มหน้าหวานรีบลุกขึ้นยืนปิดหน้าร้องไห้ พร้อมกับออกวิ่งออกไปทันใด
โทโมะ
สามเสียงร้องประสานขึ้นพร้อมกัน แต่ร่างๆหนึ่งกลับพุ่งออกไปพร้อมเสียงเรียกวิ่งตามยามะพีไปทันใด ในขณะที่ชายร่างสูงต้องรีบหันมาประคองรับร่างบอบบางที่รีบลุกขึ้นมาแล้วทรุดฮวบลงไปด้วยความกระทบกระเทือนใจ
จุน โทโมะเขารู้ความจริงแล้ว ต่อไปเขาคงจะไม่รักเราเหมือนก่อนแล้วใช่ไหม จุน
ไม่หรอก นิโนะไม่หรอก โทโมะน่ะ ยังไงก็คือลูกของเรา คือลูกของพวกเรา ยังไงเขาก็จะต้องรักเราเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ร่างสูงกอดกระชับร่างบอบบางของคนรักไว้ พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาด้วยความเจ็บปวดใจและไม่แน่ใจเช่นกัน
ยามะพีก้มหน้าร้องไห้วิ่งหนีมาไม่ได้ดูทิศดูทาง รู้เพียงแต่อยากวิ่งหนีไปให้ไกล ไกลจากความจริงที่ได้รู้เท่านั้น แต่แล้วแขนเรียวของชายหนุ่มก็กลับถูกคว้าไว้ด้วยแรงดึงของใครอีกคน
โทโมะ
เสียงร้องเรียกชื่อด้วยความห่วงใยและความเห็นใจ ทำให้ยามะพีต้องเงยหน้าขึ้น
คาซึยะ
หนุ่มหน้าหวานแบะปากร้องเรียกชื่อคนรักแผ่วเบา พร้อมกับซบหน้าลงกับอ้อมอกอบอุ่น ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอย่างไม่อายสิ่งใด
ข้าไม่ใช่...ไม่ใช่ลูกของพ่อกับแม่ ข้า...ข้า...
โทโมะ เจ้าฟังข้าให้ดีนะ แม้เจ้าจะไม่ใช่ลูกแท้ๆของเขาสองคนแล้วมันยังไง เจ้ารู้แล้วจะไม่รักเขาเหมือนที่ผ่านมางั้นหรือ
เปล่านะ ข้ายังคงรักท่านพ่อท่านแม่เหมือนเดิม แต่ว่า...แต่...
ข้าเข้าใจ เพราะข้าเองก็เคยเป็นอย่างเจ้า ตอนที่ข้าได้รับรู้ว่าท่านแม่ไม่ใช่แม่แท้ๆของข้า ข้าเองก็เจ็บปวดทรมานไม่แพ้กัน แต่มาวันนี้ข้าเข้าใจอะไรมากขึ้นแล้วล่ะ ไม่ว่าเขาจะเป็นคนให้กำเนิดข้าออกมาเองหรือไม่ก็ไม่สำคัญ แต่ความรักที่เขามีให้กับข้า และความรักที่ข้ามีให้กับท่านต่าหากล่ะที่ข้าควรสนใจ
คาซึยะ
หนุ่มหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมองคนรักอย่างอึ้งๆ ในขณะที่คาเมะก้มลงจุมพิตแผ่วเบาบนหน้าผากมนอย่างปลอบใจ
พวกเราอาจไม่เคยรู้ว่า เราไม่ใช่ลูกท่าน ถึงได้รักท่านแบบนั้น แต่ท่านซิท่านรู้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าเราไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ แต่ท่านก็ยังรัก ยังดูแลเอาใจใส่ เสมือนว่าเราคือบุตรแท้ๆของพวกท่านเอง แล้วเจ้าคิดว่าแค่เรารับรู้ความจริงว่าท่านไม่ใช่พ่อแม่แล้ว ท่านจะเปลี่ยนแปลงความรักที่มีให้กับเราได้งั้นหรือ
นั่นซินะ พวกเราเพิ่งจะรู้ความจริงข้อนี้ แต่พวกท่านซิรู้มาตั้งนานแล้ว ถ้างั้นท่านพ่อกับท่านแม่ของข้า ก็ยังคงจะรักข้าเหมือนเดิมใช่ไหมคาเมะ
อืม ข้ามั่นใจ
รอยยิ้มหวานๆปรากฎขึ้นบนใบหน้าของหนุ่มน้อยที่ยังคงมีรอยคราบน้ำตาอาบแก้ม ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะหุบลง พร้อมกับใบหน้าสงสัยเข้ามาแทนที่
แล้วเจ้าว่าท่านจะผลักไสให้ข้ากลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่แท้จริงของข้าหรือเปล่า
คำถามข้อนี้ของยามะพีทำให้คาเมะต้องเงยหน้าครุ่นคิดขึ้นนิดหนึ่ง
ข้าว่าไม่นะ เจ้าเองก็โตแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็ขึ้นกับเจ้าตัดสินใจนั่นแหล่ะว่าจะอยู่กับใคร
ข้าย่อมต้องเลือกท่านพ่อจุนกับแม่นิโนะอยู่แล้ว
ร่างบอบบางตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงฉะฉานแน่วแน่ ไม่มีการลังเล จนคาเมะต้องอมยิ้มเจ้าเล่ห์ทันใด
ว้า งั้นเจ้าก็ไม่ยอมอยู่กับข้าแล้วซิ สงสัยชาตินี้ข้าจะต้องเป็นโสดไปจนตายแล้วล่ะมั้ง
ใบหน้าหวานๆถึงกับแดงซ่านขึ้นทันใด พร้อมกับยกมือขึ้นทุบอกคนรักอย่างหมั่นไส้
นี่แน่ะล้อข้าดีนัก รู้ก็รู้อยู่ว่าข้าหมายความว่ายังไงยังจะมาแกล้งอีก เดี๋ยวก็ไม่แต่งด้วยจริงๆซะเลย
ว่าพลางเชิดหน้าขึ้นอย่างแง่งอน จนคาเมะต้องเป็นฝ่ายหน้าเสียเองเสียนี่ พร้อมกับการเริ่มต้นตามง้อและตามงอนของสองหนุ่มคู่รักคู่นี้
+++++
อาชาสีนิลสองตัวกวดตะบึงวิ่งแข่งกันมาตามทางป่ารกทึบ กระโดดข้ามหลบหลีกเหล่าสิ่งกีดขวางตามธรรมชาติอย่างคล่องแคล่ว บ่งบอกถึงทักษะของผู้ขับขี่และอาชาแสนรู้ทั้งสองตัวนั้นได้เป็นอย่างดี
ร่างของชายหนุ่มทั้งสองที่นั่งอยู่บนหลังม้าตัวใหญ่ทั้งสองนั้น เอนลู่ไปกับลำตัวม้าเพื่อลดแรงเสียดทาน สายตาก็คอยจ้องนิ่งไปข้างหน้าเพื่อบังคับม้าให้หลบหลีกและวิ่งไปอย่างเร็วที่สุด
มองเห็นลานกว้างที่อยู่ด้านหน้าเมื่อพ้นแนวป่าไปอยู่ลิบๆ ทันใดนั้นทั้งสองหนุ่มก็ยืดตัวขึ้นเพื่อรั้งบังเหียนม้าให้อาชาที่วิ่งมาอย่างเร็วหยุดยั้งลงก่อนจะตกหน้าผา โดยที่อาชาตัวหนึ่งหยุดยั้งอยู่ใกล้ริมผามากกว่าอีกตัวอยู่พอสมควร
ชายหนุ่มหน้าหวานใบหน้าขาวใสพร้อมรอยยิ้มสดสวยหันมายิ้มให้กับคนที่อยู่บนหลังม้าที่หยุดหลังเขาไปนิดนึง ก่อนจะเอ่ยปากด้วยใบหน้าภูมิอกภูมิใจ
เป็นไง ข้าชนะแล้วนะคราวนี้ ฝีมือขี่ม้าของข้า คงพัฒนาขึ้นมากแล้วมั้ง
ชายหนุ่มร่างใหญ่แย้มยิ้มอย่างเอ็นดูพลางชักม้าเข้ามาใกล้
ใช่แล้วล่ะพัฒนาขึ้นมากจนอาจารย์อย่างข้ายังพ่ายแพ้เลย
ใบหน้าหวานได้ฟังก็อมลมเข้าที่แก้มนิดหนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าไปมา
จินออมฝีมือให้ข้าต่างหากไม่ใช่หรือ
ไม่หรอก อย่าคิดมากซิ อ่ะนั่นไงที่ๆข้าจะพาเจ้าไป
จักรพรรดิ์หนุ่มแสร้งเปลี่ยนเรื่อง เพราะอันที่จริงเขาก็ออมฝีมือให้จุนโนะอยู่หน่อยๆนั่นแหล่ะ ไม่อย่างนั้นเกิดร่างบางทิฐิแรงกล้าแล้วเกิดพลาดพลั้งยั้งม้าไม่อยู่ขึ้นมา เขาจะทำเช่นไรล่ะ
จุนโนะเหลียวมองตามนิ้วชี้ของชายหนุ่มไปก็พบกับหมู่บ้านท่ามกลางขุนเขาใหญ่ ที่เขียวชะอุ่มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ที่รายล้อมและขึ้นอยู่ภายในหมู่บ้าน ราวกับเป็นหมู่บ้านในป่าเขาที่ดูงดงาม มีลำธารสายใหญ่น้อยไหลผ่านแตกกิ่งก้านสาขาอย่างไม่เป็นระเบียบนัก แต่กลับขับเน้นให้หมู่บ้านท่ามกลางธรรมชาตินี้ดูงดงามแบบธรรมชาติไร้การจัดสรรปั้นแต่งใดๆ
ชอบไหม
จินถามเบาๆ ในขณะที่องค์ชายหนุ่มหน้าหวานหันกลับมายิ้มหวานพร้อมพยักหน้ารับ
เป็นหมู่บ้านที่สร้างได้เข้ากับธรรมชาติรอบข้างดี
เพราะมันคือปรัชญาของหมู่บ้านเราไง
จุนโนะได้ฟังก็เหลียวมามองหน้าจินงงๆ ส่วนจักรพรรดิ์หนุ่มก็ยิ้มตอบก่อนที่จะเฉลย
ที่นี่คือที่ๆข้าถือกำเนิดขึ้นมา บ้านเกิดของข้าเอง
ทันทีที่อาชาทั้งสองตัวนำนายหนุ่มทั้งสองของมันมาถึงตัวหมู่บ้าน ชาวหมู่บ้านคนแรกๆที่ได้พบเห็นต่างก็รีบทำความเคารพอย่างนอบน้อม ก่อนจะมีบางคนรีบตรงเข้าไปป่าวประกาศบอกชาวหมู่บ้านก่อน ดังนั้นเมื่อจินกับจุนโนะมาถึงที่ใจกลางหมู่บ้านแล้ว เหล่าผู้คนมากหน้าหลายตาต่างก็มารอต้อนรับกันอย่างถ้วนทั่ว
ถวายบังคมองค์จักรพรรดิ์ขอรับ
ไม่ต้องมากพิธีหรอกไปท่านผู้เฒ่า บอกกันตั้งไม่รู้กี่ครั้งกี่หนแล้วนะ ตั้งแต่ท่านพ่อจนมาถึงตัวข้าว่าหากเรากลับมาเยี่ยมหมู่บ้านของเราแล้ว ให้ทำเหมือนเราเป็นชาวหมู่บ้านธรรมดาๆคนหนึ่ง
ก็อยากอยู่หรอกขอรับ แต่ว่า...ไม่ว่าจะยังไงพระองค์ก็คือองค์เหนือหัวของอาณาจักรนี่นา
เอาล่ะๆ จินโบกไม้โบกมือเป็นการตัดการต่อความยาวสาวความยืดในเรื่องนี้
ข้าไม่อยากเถียงกับท่านแล้ว ทำเหมือนทุกครั้งที่เรากลับมาก็แล้วกัน
ขอรับ
ชายชราก้มศรีษะลงเคารพนอบน้อม ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นลอบมองชายหนุ่มหน้าหวานที่อยู่บนหลังม้าด้านหลังของจินอย่างสงสัย
จินเองก็พอจับสังเกตสายตาของชาวหมู่บ้านคนอื่นๆที่แอบลอบมองจุนโนะด้วยความสงสัยดุจเดียวกันกับหัวหน้าหมู่บ้าน ดังนั้นจักรพรรดิ์หนุ่มจึงหันมายิ้มให้กับคนหน้าหวานแล้วดึงมือของจุนโนะขึ้นมากอบกุม ก่อนจะหันมาประกาศก้องกับคนทั้งหมู่บ้าน
ข้าขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักนะ คนผู้นี้คือว่าที่องค์ราชินีของอาณาจักร คนรักของข้า ทากุจิ จุนโนะสุเกะ
สิ้นเสียงประกาศของจิน เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นทันใด พร้อมกับประกายตาแย้มยิ้มดีใจของชาวหมู่บ้าน
ขอแสดงความยินดีด้วยขอรับ ในที่สุดเหนือหัวก็ได้เจอคนที่จะมาเติมเต็มชีวิตของพระองค์เสียที ชาวประชาทั้งแผ่นดินจะได้ปลื้มปิติมีความสุขและหมดห่วงกังวลไปได้เสียที พวกเราได้แต่หวั่นกลัวว่าพระองค์จะทรงคิดถึงแต่งาน ตรากตรำแต่การทำศึกและดูแลประชาชนจนไม่สนใจที่จะมีองค์ราชินีให้พวกเราเสียอีก พวกข้ากระหม่อม ต่างยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่งแล้ว
ใช่ขอรับ
ชาวหมู่บ้านคนอื่นๆต่างร้องตะโกนรับเป็นเสียงเดียวกัน ทำเอาจินถึงกับยิ้มแก้มแทบปริ ในขณะที่จุนโนะได้แต่ยิ้มเขินๆใบหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันใด เมื่อต้องตกเป็นเป้าสายตาของเหล่ามวลชนเช่นนี้
ถ้าเช่นนั้น คืนพรุ่งนี้ขอให้พวกเราได้จัดงานเลี้ยงฉลองตามแบบดั้งเดิมให้กับพระองค์นะขอรับ
อ่ะ ดีซิ ข้าชอบงานรื่นเริงประจำเผ่าแบบดั้งเดิม ไม่ได้สนุกกับงานรื่นเริงแบบนี้มาตั้งนานแล้วนะ นับตั้งแต่วังหลวงเสร็จ
เด็กหนุ่มหน้าหวานคนหนึ่งก้าวเดินแทรกผ่านฝูงชนมายืนอยู่ตรงเบื้องหน้าองค์จักรพรรดิ์ก่อนจะน้อมกายทำความเคารพอย่างนอบน้อม
ขอให้ข้าได้ตัดชุดเพื่อเข้างานพิธีประจำเผ่าถวายว่าที่องค์ราชินีด้วยเถอะขอรับ ส่วนฉลองพระองค์ขององค์จักรพรรดิ์ พวกเรายังคงเก็บรักษาอย่างดี ที่พระราชฐานของพระองค์ขอรับ
ขอบใจมากยูยะ ฝากด้วยนะ
ขอรับ หนุ่มน้อยคนนั้นก้มหน้ารับคำ ก่อนที่จินจะชักม้าพาจุนโนะเดินทางต่อไป
สองหนุ่มขี่ม้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงหน้าอาณาบริเวณบ้านหลังใหญ่ ที่แม้จะเป็นสถาปัตยกรรมแบบเดียวกันกับบ้านหลังอื่นๆ แต่ก็ดูวิจิตรงดงาม และใหญ่โตกว่าบ้านหลังอื่นๆอยู่มากนัก
ราชฐานหรือ
จุนโนะเอ่ยถามเบาๆ ส่วนจินก็พยักหน้ารับ
สร้างขึ้นบนเนื้อที่บ้านเดิมของข้าเอง ตอนแรกชาวบ้านคิดจะก่อนสร้างให้ใหญ่โตกว่านี้แบบวังจริงๆ แต่ท่านพ่อท่านแม่ทรงห้ามไว้ แล้วให้สร้างบ้านแบบเก่าแต่ให้ขยายใหญ่ขึ้นได้ แต่ต้องไม่แตกต่างจากบ้านหลังอื่นๆมากนัก และให้คงดำรงแบบฉบับดั้งเดิมที่สร้างให้เข้ากับธรรมชาติขุนเขาและต้นไม้สายน้ำให้มากที่สุด
ดีแล้วล่ะ แบบนี้แหล่ะดีแล้ว ดูอบอุ่นดีนะ
อืม แต่ข้าชอบบ้านเก่าก่อนที่จะถูกรื้อทิ้งสร้างใหม่มากกว่านะ ถึงจะเล็กกว่านี้ แต่ก็มีความรักความอบอุ่นอย่างล้นเหลือ ก่อนที่จะเกิดสงคราม ก่อนที่จะมีการแบ่งแยกดินแดน บ้านของเราเป็นบ้านเล็กๆที่มีความสุข ข้าสามารถออกมาวิ่งเล่นปีนป่ายต้นไม้ หรือออกไปตกปลาว่ายน้ำได้อย่างสบายใจ ตั้งแต่จำความได้จนอายุได้เจ็ดขวบ คือช่วงเวลาที่ข้ามีความสุขที่สุด
องค์ชายหนุ่มหน้าหวานทรงแตะมือจักรพรรดิ์หนุ่มเบาๆราวกับจะปลอบใจจนจินต้องหันมามองยิ้มๆ
ขอบใจนะจุนโนะ เราเข้าไปในบ้านกันเถอะ
ว่าแล้วจินก็ชักม้านำหน้าเข้าไป ตามมาติดๆด้วยอาชาของจุนโนะ
+++ to be con +++
2007/Apr/30
+++ ดั่งดวงหฤทัย 8 +++ (Jin + Junno, Kame + YamaP) +++ ByKT
สายลมเย็นหนาวยามใกล้รุ่งสางพัดผ่านเข้ามาภายในถ้ำอันแสนมืดมิด แต่ก็อบอุ่นด้วยกองไฟขนาดใหญ่ที่เพิ่งมอดดับไป
ร่างบอบบางใต้ผ้าห่มอุ่นดึงกระชับผ้าห่มของตนให้แน่นขึ้นเพื่อเพิ่มความอบอุ่น ดวงหน้าหวานงามหลับพริ้มอมยิ้มน้อยๆอย่างมีความสุขในการนอน
ชายหนุ่มร่างใหญ่ที่แต่งกายเรียบร้อยแล้วยืนมองท่าทางของร่างนั้นด้วยรอยยิ้มแสนอ่อนโยน
หนุ่มรูปงามคุกเข่าลงข้างกายร่างบอบบางนั้น ก่อนจะเอื้อมมือไปเขย่าปลุกเบาๆ
จุนโนะ...จุนโนะ...ตื่นเถอะ...ไหนว่าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาสึระไม่ใช่เหรอ อีกเดี๋ยวพระอาทิตย์ก็จะขึ้นแล้วนะ ตื่นเถอะ
อืม...ไม่เอาอ่ะ ขอนอนต่ออีกหน่อยนะจิน จุนโนะพึมพำตอบราวคนละเมอ ก่อนจะหลับสนิทไปอีกครั้ง
จินอมยิ้มอย่างเอ็นดู ยักไหล่นิดหนึ่ง ก่อนจะก้มลงช้อนร่างบอบบางขึ้นมาไว้แนบอกทั้งที่ยังมีผ้าห่มคลุมกายอยู่เช่นนั้น
ร่างใหญ่ลุกยืนขึ้น พร้อมกับก้าวตรงไปยังม้าตัวใหญ่แข็งแรงที่ถูกเตรียมไว้หน้าถ้ำเรียบร้อยแล้ว
ค่อยๆส่งร่างของจุนโนะขึ้นสู่ตัวม้า ก่อนจะกระโดดตามไป
จินจัดร่างของจุนโนะให้นั่งอยู่ดีๆ ให้ศรีษะเอนซบกับไหล่ข้างหนึ่งของตน มือหนึ่งก็โอบร่างบอบบางไว้ อีกมือก็ถือบังเหียนแล้วกระตุกม้าให้ก้าวย่างไปตามทาง
ม้าสีดำตัวใหญ่ ค่อยๆก้าวย่างไปตามทางขึ้นสู่ยอดผาสูงชั้น ที่ถ้ำนี้ตั้งอยู่ระหว่างทาง จนกระทั่งมาถึงริมผาที่มองวิวทิวทัศน์ไปได้ทั่วทั้งหุบเขา ราวป่า จนกระทั่งถึงหมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่ไกลออกไปด้วย
แสงแรกแห่งสุริยาทอประกายขึ้นที่ขอบฟ้า พร้อมกับพระอาทิตย์ดวงกลมโตที่ค่อยๆโผล่ขึ้นมาเช่นกัน
ร่างใหญ่เหม่อมองทิวทัศน์ตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเขย่าปลุกร่างบอบบางให้ตื่นขึ้น
จุนโนะตื่นเถอะ
จักรพรรดิ์หนุ่มก้มลงกระซิบเรียกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะฝังปลายจมูกและริมฝีปากของตนเข้าที่แก้มขาวนวลตรงหน้า สูดดมความหอมอ่อนๆของผิวเนื้อของคนหน้าหวานเข้าไว้เต็มปอด...ฮ้า..ชื่นใจ...
อืม
จุนโนะค่อยๆงัวเงียตื่นขึ้น เพราะสัมผัสจากริมฝีปากที่มาป้วนเปี้ยนแถวใบหน้า และเมื่อลืมตาขึ้นมาพบว่าใบหน้าของจินอยู่ห่างกับเขาไม่ถึงหนึ่งนิ้ว ใบหน้าหวานๆของจุนโนะก็ปรากฎสีแดงระเรื่อขึ้นทันใด
จิน
องค์ชายหนุ่มเอ่ยเรียกชื่ออีกคนแผ่วเบา ส่วนคนที่ถูกเรียกชื่อก็ได้แต่ยิ้ม ก่อนจะก้มลงประทับริมฝีปากกับริมฝีปากบางอย่างอ่อนโยน
อืม
เสียงครางดังลอดออกมาจากริมฝีปากของคนทั้งคู่ที่แลกจูบรับอรุณกันอย่างลึกซึ้งและอ่อนหวาน
จินถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะจุมพิตเบาๆลงบนหน้าผากมน
อรุณสวัสดิ์เด็กขี้เซา
หนุ่มหน้าหวานอมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะยกมือขึ้นทุบเบาๆที่อกของชายหนุ่ม
บ้า ไม่ใช่เด็กแล้ว แล้วก็ขี้เซาไปหน่อยเดียวเอง ก็เมื่อคืนฝึกอยู่ถึงดึกนี่นา ก็เลยง่วงมากไปหน่อยแค่นั้น
จินได้ฟังก็ขมวดคิ้วนิดๆ
ที่เจ้าตั้งใจฝึกฝนฝีมือมากมายขนาดนี้ คงเพราะคิดได้แล้วว่าเมื่อถึงเวลาจะตัดสินใจเช่นไรใช่หรือไม่
คำพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อของชายหนุ่ม ทำเอาคนหน้าหวานถึงกับยิ้มบางๆอย่างอ่อนโยนขึ้นทันใด เพราะรู้ว่าจินกำลังเข้าใจผิด
มือเรียวบางยกขึ้นประคองใบหน้าของชายหนุ่มไว้ทั้สองมือพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆ แล้วดวงหน้าของจุนโนะก็ชะโงกขึ้นประทับริมฝีปากของตนกับริมฝีปากของจักรพรรดิ์หนุ่มอย่างแผ่วเบาอ่อนหวาน ก่อนจะค่อยๆลึกซึ้งขึ้นตามความรู้สึกและความตั้งใจ
ริมฝีปากบางค่อยๆผละออกจากกันอย่างอาลัย พร้อมด้วยดวงหน้าหวานที่ยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
ใช่ ข้ารู้แล้วล่ะว่าเมื่อถึงเวลานั้นข้าจะตัดสินใจอย่างไร แต่ว่า...มันไม่ใช่สิ่งที่เจ้าคิดคาดเดาก่อนหน้านี้แน่ๆ
ได้ยินดังนั้นจักรพรรดิ์หนุ่มก็อยากจะร้องไชโยออกมาดังๆ แต่ก็ยังเก็บอาการไว้เป็นแค่ยิ้มแฉ่งเบิกบานใจไม่ยอมหุบเท่านั้น
งั้นบอกข้าได้ไหมว่าทำไม หากเจ้าไม่คิดที่จะตัดสินใจอย่างที่ข้าคิดก่อนหน้า ทำไมต้องฝึกกำลังฝีมืออย่างหนักขนาดนั้นด้วย
องค์ชายหนุ่มหน้าหวานอมยิ้มเบิกบานขึ้น พลางสั่นหน้าไปมาด้วยท่าทีเจ้าเล่ห์แต่ว่าน่ารักนักหนาในสายตาขององค์จักรพรรดิ์หนุ่ม
ไม่บอก...ไว้เมื่อถึงเวลาค่อยบอกแล้วกัน
ว่าแล้วองค์ชายหนุ่มหน้าหวานก็เสหันไปมองทางพระอาทิตย์ที่กำลังลอยขึ้นสู่ขอบฟ้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พลางนึกถึงคำตอบที่ตนมีอยู่ในใจ
จะให้บอกได้อย่างไรล่ะ ว่าเพราะเขาเกิดไปหลงรักชายชาตินักรบอย่างคนตรงหน้าเข้า เลยอยากจะฝึกฝีมือไว้จนเป็นคนเข้มแข็ง อยากให้คนอื่นๆที่เขามองมาแล้วรู้สึกว่าเขาเหมาะสมกับจิน อยากจะเคียงคู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับจินได้ ถึงได้พยายามอยู่อย่างนี้ ทั้งเรื่องกำลังฝีมือ ทั้งเรื่องยุทธศาสตร์การรบและการบ้านการเมือง ทั้งหมดนี้ที่เขาทำไปทุกอย่างตอนนี้นี่ก็เพียงเพื่อชายหนุ่มที่เขารักสุดหัวใจ นามว่า อากานิชิ จิน เท่านั้น...
พระอาทิตย์ขึ้นเต็มแล้วล่ะ
อืม สวยจังเนอะ จุนโนะเอ่ยปากขอความเห็น ในขณะที่จินหันมองคนพูดด้วยดวงตาเป็นประกาย
ใช่...สวย...สวยที่สุดในใจข้า จากนี้และตลอดไป
จุนโนะเหลียวหันมามองอย่างงงงันแวบหนึ่ง ต่อเมื่อประสบพบกับสายตาของจินแล้ว ใบหน้าหวานก็รีบหันขวับกลับไปทันใด พร้อมด้วยรอยยิ้มน้อยๆอย่างมีความสุข
แขนแข็งแรงโอบกระชับร่างบอบบางแนบแน่นเข้า ก่อนจะวางคางลงบนไหล่ของคนที่นั่งอยู่ด้านหน้า
เจ้ารู้ไหม ข้าไม่เคยคิดไม่เคยฝันเลยว่าในชั่วชีวิตของข้านี้ จะได้พบกับความสุข ความสงบ ความสบายใจเหมือนที่ข้าพบในวันนี้เลย ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีแต่คำว่าภาระ หน้าที่และส่วนรวม ถึงแม้ข้าจะเต็มใจและมีความสุขกับมัน แต่บางครั้งข้าก็อยากจะพัก อยากจะปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง อยากมีคนรับฟังความคิดไร้สาระของข้า อยากเป็นตัวของตัวเองที่ทำอะไรตามใจตัวเองก็ได้เช่นยามนี้ แต่ข้าไม่เคยกล้าที่จะทำ ท่านแม่ยังเคยบอกไว้ก่อนตายเลยว่า อยากให้ข้ามีความสุข เพราะท่านรู้ว่าลูกชายของท่านคนนี้เป็นคนขี้ขลาด ที่ไม่เคยกล้าถามหาความสุขให้ตัวเองแม้สักครั้ง
จินพูดบอกเล่าเรื่องราวออกมาราวกับต้องการระบายสิ่งที่ถูกเก็บอัดอยู่ในใจออกมาให้คนๆนี้ได้รับรู้
ชายหนุ่มหันมองใบหน้าหวานๆของจุนโนะที่หันมามองเขาตาแป๋วด้วยความสนใจในเรื่องราวที่เขาพูด ก่อนที่รอยยิ้มสุขใจจะปรากฎขึ้นบนใบหน้าของร่างใหญ่
จนกระทั่ง ข้าได้มาพบเจ้า จุนโนะ...เจ้าทำให้ข้าทำในสิ่งที่ข้าไม่เคยคิดจะทำมาก่อน ข้าไม่เคยคิดว่าจะกล้าพาองค์ชายของแคว้นหนึ่งแคว้นใดหนีเข้ามาในอาณาจักร ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะยอมละทิ้งหน้าที่เพียงเพื่อจะได้มาท่องเที่ยวไปพร้อมกับเจ้า ไม่เคยคิดเลยจริงๆ...แต่ข้าก็ทำ และข้าดีใจที่ได้เลือกทำเช่นนั้น...
ทำเป็นพูดดีไป
หนุ่มหน้าหวานยิ้มยั่วด้วยใบหน้ามีความสุข พลางยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากของจินเบาๆเพื่อเป็นการบอกให้ชายหนุ่มเลิกพูด เพราะเขาเริ่มรู้สึกเขินกับสิ่งที่จินกำลังสารภาพออกมา
ใครว่าเจ้าทิ้งหน้าที่การงานได้ลงกัน ถ้าไม่อย่างนั้นทุกสองสามวันเจ้าคงไม่ต้องเข้าไปในค่ายทหาร บ้านเจ้าเมือง หรือที่ทำการของรัฐ เพื่อติดต่อกับทางนครหลวงหรอกจริงไหม
จินยิ้มขำนิดๆ พลางกุมมือของจุนโนะไว้ แล้วจ้องมองเข้าไปในดวงตาของจุนโนะด้วยสีหน้าจริงจัง
ใช่ แต่เจ้านี่ชอบขัดข้าเวลานี้ทุกทีเลย ยังพูดไม่จบเลยรู้ไหม อยากบอกคำๆนึงให้เจ้ารู้ไว้น่ะ ได้หรือเปล่า
ว่าแล้วองค์จักรพรรดิ์หนุ่มก็ยิ้มนัยย์ตากรุ่มกริ่มกับร่างบอบบางที่อยู่ในอ้อมกอด จนจุนโนะถึงกับก้มหน้างุดด้วยความเขิน
ก็...
หนุ่มหน้าหวานเสหันหน้าไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาที่สื่อความหมายออกมาแบบตรงๆของจิน
ชายหนุ่มร่างใหญ่ได้เห็นแล้วก็ยิ่งยิ้มหน้าบาน ดึงร่างบอบบางเข้ามาสู่อ้อมอกพร้อมกับรั้งใบหน้าหวานให้ซบลงกับอกของเขา
ข้ารักเจ้านะจุนโนะสุเกะ รักที่สุดในชีวิต และจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปตราบวันสิ้นลมหายใจ รักจุนโนะ
ใบหน้าหวานที่ซบนิ่งกับอกอุ่นของจินถึงกับยิ้มแฉ่งหน้าบานทันใด พร้อมกับอ้อมแอ้มตอบคำไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ข้าก็รักเจ้าเช่นกันจิน
อะไรนะ เจ้าพูดอะไรอู้อี้ๆอยู่ในอกน่ะ ข้าไม่ได้ยิน ไหนเงยหน้าขึ้นมาพูดกันให้รู้เรื่องซิ
จินแกล้งล้อทั้งที่รู้อยู่แก่ใจแน่ๆว่าจุนโนะตอบออกมาว่าอย่างไร แม้จะเป็นน้ำเสียงที่แผ่วเบาเพียงใด แต่ในความรู้สึกของเขามันช่างชัดเจนกระจ่างแจ้งราวกับตะโกนก้องบอกกลางใจอย่างไรอย่างนั้น
ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นจ้องมองจินด้วยท่าทีงอนๆ แต่ก็ยังคงแดงซ่านด้วยความเขินอายอยู่อย่างเห็นได้ชัด
ไม่พูดแล้ว ไม่ได้ยินก็เรื่องของเจ้าซิ ว่าแล้วจุนโนะก็สะบัดหน้าพรืดอย่างงอนๆ ทำเอาจินถึงกับหัวเราะร่วนอย่างมีความสุข
ไม่พูดวันนี้ก็ไม่เป็นไร ข้าจะรอวันที่เจ้าจะบอกให้ข้าได้ยินชัดๆอีกครั้งจุนโนะ...ดวงหฤทัยของข้า
ว่าแล้วจักรพรรดิ์หนุ่มก็จุมพิตเบาๆบนผมนุ่มของคนรัก
ดวงสุริยาทอประกายแสงแรงกล้าสาดไล้ความสว่างให้ปรากฎบแผ่นดินอย่างถ้วนทั่วทุกตารางนิ้ว บ่งบอกให้รับรู้ว่าเช้าวันใหม่อันแสนสดใสได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
+++++
ภายในบ้านหลังใหญ่แต่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย อันเป็นที่พำนักของท่านเจ้าเมืองท่ามกลางหุบเขาแห่งนี้
จุนโนะนั่งมองใบหน้าจริงจังของจินยามอ่านรายงานต่างๆบนโต๊ะด้วยความตั้งใจ
รอยยิ้มน้อยๆ พร้อมกับประกายตาแห่งความชื่นชมส่งตรงแน่วนิ่งไปให้กับชายหนุ่มที่ยังคงนั่งก้มหน้าก้มตาอ่านรายงานอย่างคร่ำเคร่ง
เวลาผ่านไปชั่วครู่ใหญ่กว่าที่จินจะอ่านรายงานทั้งหมดจบ ชายหนุ่มวางรายงานนั้นลงกับโต๊ะก่อนจะเงยหน้าขึ้น แล้วก็ต้องยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าใบหน้าหวานๆของคนรักยังคงจ้องมองเขาอยู่ด้วยรอยยิ้มไม่เปลี่ยนแปลง
นั่งมองข้านานๆแบบนี้ไม่เบื่อหรือ
หนุ่มหน้าหวานสั่นหน้าไปมายิ้มๆ พลางชำเลืองมองม้วนกระดาษบนโต๊ะด้วยความสงสัย
อยากรู้หรือ อ่านไหม
ว่าแล้วจินก็ส่งยื่นม้วนกระดาษนั้นให้กับจุนโนะ
ได้เหรอ ไม่ได้เป็นความลับของแผ่นดินหรอกหรือ
จินยิ้มพลางพยักหน้า
เป็น
แล้วทำไมถึงให้ข้าอ่านได้ล่ะ
หนุ่มหน้าหวานถามด้วยใบหน้างอๆระคนสงสัย
เพราะข้าเชื่อว่าเจ้ารักข้าอย่างที่ข้ารักเจ้า และข้ามั่นใจว่าข้าไม่ได้ทำอะไรที่เป็นพิษภัยกับสึคิระหรือนาคามิ เพราะงั้นเจ้าจะไม่มีวันทำการอันใดที่เป็นพิษภัยกับทาคาริแน่ อ่านเถอะ
พอจุนโนะได้ฟังคำตอบแล้ว ใบหน้าหวานๆก็อมยิ้มเบิกบานพลางสั่นหน้าไปมา
ให้เจ้าเล่าดีกว่า อ่านไปก็ปวดหัวเปล่าๆ ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ
ถ้าเช่นนั้นคงจะต้องใช้เวลาหลายวันเลยล่ะกว่าจะเล่าจบ
ไม่เป็นไร ข้าถามทีละเรื่อง แล้วเจ้าค่อยๆเล่าไปก็ได้ เพราะยังไง....ยังไง
ว่าแล้วหนุ่มหน้าหวานที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มก็ก้มหน้าลงอย่างเขินอาย ทำเอาอีกคนถึงกับออกอาการงงงัน
ยังไง? อะไรน่ะ
จุนโนะช้อนตามองจินอย่างเขินๆพร้อมด้วยอาการอมยิ้ม อ้อมแอ้มตอบกลับน้ำเสียงแผ่วเบาเขินอาย แต่ก็ดังพอให้อีกคนได้ยิน
ยังไง ข้ากับเจ้าก็มีเวลาอยู่ด้วยชั่วชีวิตอยู่แล้ว
คำตอบขององค์ชายหนุ่ม ทำเอาจินถึงกับยิ้มแก้มแทบปริ เคลื่อนกายไปนั่งข้างคนหน้าหวานพร้อมกับโอบร่างของจุนโนะไว้แล้วก้มลงหอมแก้มนวลด้วยความรักใคร่
นั่นซินะ มีเวลาเยอะแยะไป เพราะเจ้าจะต้องอยู่กับข้าจนแก่เฒ่า ที่รักของข้า
แล้วจินก็จับคางของจุนโนะเชยขึ้นอย่างแผ่วเบา ก้มลงประทับจุมพิตกับริมฝีปากนั้นอย่างอ่อนโยน
จุนโนะหลับตาลงเงยหน้ารับจุมพิตอันแสนอ่อนหวานนั้นด้วยความเต็มใจ ต่อเมื่อทั้งสองละริมฝีปากออกจากกัน ดวงตาของทั้งคู่ก็ลืมขึ้นเพื่อสะท้อนเงาร่างของอีกฝ่ายด้วยแววตาหยาดเยิ้ม
จินดึงรั้งร่างของจุนโนะให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอด พลางยกมือขึ้นลูบศรีษะของคนรักที่ซบอยู่กับอกเขาอย่างทะนุถนอม
จุนโนะหลับตาอมยิ้มเบียดร่างเข้าสู่อ้อมอกอบอุ่น ยกมือขึ้นโอบกระชับร่างของจินไว้เช่นเดียวกัน
รู้สึกถึงความสุข ความอบอุ่น ความปลาบปลื้มใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
นี่ซินะ...ความรัก...รักที่แท้จริง...
ไม่เคยคิดเลยนะ ว่าการได้รักใครสักคนจะทำให้เรามีความสุขได้ถึงขนาดนี้
องค์ชายหนุ่มหน้าหวานเอ่ยปากออกมาด้วยสีหน้าเป็นสุข
แต่ก่อนข้าเคยคิดว่าข้ารักพี่ยูอิจิ แต่พอตอนที่ได้รับรู้ว่าเขากับพี่ทัตซึยะรักกัน ในใจข้ามีแต่ความรู้สึกเจ็บปวดและผิดหวังที่ตัวเองเป็นคนทำให้เขาสองคนต้องพลัดพราก ข้าเคยคิดว่านั่นคือการเสียใจจากการผิดหวังในความรัก แต่มาบัดนี้...
หนุ่มหน้าหวานเงยหน้าขึ้นสบตากับคนรักที่ก้มลงจ้องมองลงมาอย่างตั้งอกตั้งใจฟัง ก่อนที่รอยยิ้มน้อยๆอย่างมีความสุขจะเผยขึ้นบนใบหน้าหวานงาม
ข้าถึงเพิ่งได้รู้ว่า แท้จริงแล้ว ข้าไม่เคยมีความรัก จนกระทั่งได้รักจิน หากวันใดที่จินไปรักคนอื่น ข้าคง...คง...
ใบหน้าหวานก้มลงอีกครั้ง พร้อมกับซุกหน้ากับอ้อมอกของคนรักราวกับหาที่พึ่ง
คงเจ็บเจียนตาย
ริมฝีปากอิ่มจุมพิตลงบนผมนุ่มของคนรักอย่างปลอบประโลมใจ
จะไม่มีวันนั้นเกิดขึ้นแน่ๆจุนโนะ ข้าเองก็ไม่เคยรู้จักคำว่ารัก แม้จะมีผู้คนมากหน้าหลายตาแวะเวียนมาให้คัดเลือก มาให้รู้จัก แต่ข้าก็ไม่เคยรู้สึกกับใครเช่นเดียวกับเจ้า ไม่มีวันใดที่ข้าจะหันไปรักผู้ใดได้นอกจากเจ้าอีกแล้ว จุนโนะ ยอดรักของข้า เจ้าเชื่อข้านะ
อืม ข้าเชื่อ
องค์ชายหนุ่มตอบรับด้วยรอยยิ้มน้อยๆที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมัน
สองหนุ่มนั่งกอดกันอยู่อย่างนั้นนิ่งนาน ปล่อยให้เสียงของหัวใจได้ถ่ายทอดความนัยย์ให้กันและกันรู้ไปเพียงลำพัง
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่เสียงร้องขออนุญาติจะดังเข้ามา สองหนุ่มจึงจำต้องผละออกจากกัน
ประตูห้องถูกเปิดออก พร้อมด้วยร่างของท่านเจ้าเมืองที่ตรงเข้ามาทำความเคารพอย่างนบนอบ ก่อนจะนำสาสน์ที่เพิ่งได้รับมาสดๆร้อนๆส่งให้กับจิน
ชายหนุ่มรับม้วนกระดาษนั้นมา ก่อนจะบอกให้ท่านเจ้าเมืองออกไปก่อน ดังนั้นห้องทั้งห้องจึงมีเพียงจินและจุนโนะตามลำพังอีกครั้ง
องค์ชายหนุ่มหน้าหวานเอียงคอมองคนที่กำลังแกะม้วนกระดาษนั้นออกด้วยแววตาสงสัย จนจินต้องหันมายิ้มให้
หน้าข้ามีอะไรอีกแล้วงั้นหรือ
เปล่า แค่...สงสัย...
สงสัยอะไรล่ะ
จินตัดสินใจวางม้วนกระดาษนั้นกับโต๊ะ หันมาให้ความสนใจกับคนรักของเขาเต็มตัวก่อนดีกว่า ท่าทางน่ารักๆแบบนี้นี่ เห็นแล้วอยากจะจับมาฟัดหอมแก้มซ้ายหอมแก้มขวาให้ช่ำปอดเสียจริงๆ
เจ้ามีตำแหน่งใดกันแน่ในทาคาริ
จินยิ้มกับคำถามของคนหน้าหวาน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นฝ่ายย้อนถามเอาเสียเอง
แล้วเจ้าคิดว่าข้ามีตำแหน่งอันใดล่ะ
องค์ชาย
จุนโนะตอบด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ แทบไม่ต้องคิด
ดูจากอำนาจของเจ้า และรายงานที่เจ้าต้องเข้ามาอ่านไม่ว่าจะเปลี่ยนไปอยู่แห่งหนตำบลใด ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องเป็นองค์ชายแน่ๆ เพราะเสนาบดีระดับใหญ่ๆ คงไม่มีอายุอานามเช่นนี้แน่
ดังนั้นเจ้าจึงคิดว่าข้าเป็นองค์ชาย
จินถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ในขณะที่จุนโนะพยักหน้าอย่างมั่นใจ
ผิด
คำตอบของจินทำเอาจุนโนะถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตะลึงงัน
เป็นไปได้ยังไง ข้าอุตส่าห์มั่นใจแล้วนะว่าเจ้าจะต้องเป็นถึงองค์ชายแน่ๆ ถ้างั้นเจ้าเป็นใครกันล่ะ
จินยิ้มบางๆกับท่าทีผิดหวังเล็กๆของจุนโนะที่ทำท่าเสียดายเหมือนเด็กที่พลาดรางวัลใหญ่ไปตอนจับสลาก ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยเฉลยให้จุนโนะฟัง
ข้า...คือองค์จักรพรรดิ์แห่งทาคาริ
สิ้นคำพูดของร่างใหญ่ จุนโนะก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงขึ้นอีกครั้ง
ว่าอะไรนะ เจ้าคือ...คือ...องค์จักรพรรดิ์งั้นหรือ
ใช่
จักรพรรดิ์หนุ่มแย้มยิ้มด้วยรอยยิ้มเหมือนเคยไม่มีที่ใดเปลี่ยนแปลง ก่อนจะเริ่มเล่าต้นสายปลายเหตุที่ทำไมเขาถึงได้เป็นจักรพรรดิ์ตั้งแต่ยังหนุ่มให้จุนโนะฟัง
+++++
ทางด้านคาเมะกับยามะพีหลังจากที่ทั้งสองต้องมีเหตุจำเป็นให้แยกย้ายกับกองคาราวานแล้ว ทั้งคู่ก็ตกลงกันว่าจะกลับไปเยี่ยมบ้านของยามะพีดูสักครั้ง
ด้วยจุดประสงค์สองอย่างหลักๆด้วยกัน อย่างแรกคือหลักฐานที่ยามะพีเคยบอกไว้ว่าพ่อแม่ของเขากับพ่อแม่ของจินนั้นมีหลักฐานที่จะบ่งชี้ว่าคาเมะไม่ได้เป็นลูกของทั้งองค์ราชาและองค์ราชินีองค์ปัจจุบันของจิซึระ แต่เป็นลูกของจักรพรรดิ์และองค์ราชินีองค์ก่อนต่างหาก
และประการที่สอง ก็คือเพื่อบอกกล่าวให้ทั้งสองรับรู้ และจัดพิธีการแต่งงานให้กับเขาสองคน
บ้านหลังใหญ่ท่ามกลางขุนเขางดงาม ที่มีทหารกองหนึ่งคอยรักษาความปลอดภัยให้ เพราะถึงแม้จะแยกมาอยู่ตามลำพังแต่ถึงอย่างไรก็เป็นถึงราชนิกูลของแผ่นดินนี่นะ
ไม่อยากเชื่อเลยนะว่าเป็นถึงองค์ชายแต่กลับเลือกใช้ชีวิตเร่ร่อนกับกองคาราวาน ถ้าข้าเป็นพ่อเป็นแม่เจ้าก็คงขัดขวางเหมือนกันน่ะแหล่ะ
คาเมะเอ่ยเปรยขึ้นเมื่อทั้งสองมาถึงโรงม้าในอาณาบริเวณบ้านหลังใหญ่ของยามะพีแล้ว
สองหนุ่มกระโดดลงจากหลังม้าของตนเอง ก่อนจะปล่อยให้คนดูแลม้านำมาของทั้งสองไปพักผ่อน
ก็ข้าชอบนี่นา ถ้าไม่ไปกับกองคาราวานก็ต้องไปเองโดยมีทหารนอกเครื่องแบบติดตามไปเป็นพรวน จะเหมือนใช้ชีวิตอย่างที่อยู่ในกองคาราวานได้ไงจริงไหม
อืม นั่นซินะ แล้วต่อจากนี้ไปจะทำยังไงหากองคาราวานใหม่อยู่เหรอ
คาเมะถามพร้อมกับจับจูงมือคนรักเดินไปพร้อมกัน
ไม่รู้ซิ ไว้ค่อยคิดก็แล้วกัน ตอนนี้รีบไปหาพ่อกับแม่ข้ากันเถอะ
ว่าแล้วหนุ่มหน้าหวานก็รีบวิ่งนำคาเมะไปพร้อมกับกึ่งลากกึ่งดึงคนที่จูงมือตนอยู่ด้วย จนคาเมะจำต้องออกวิ่งตาม จนกระทั่งมาถึงหน้าเรือนชานหลังใหญ่อันเป็นที่พำนักของเจ้าของบ้าน
ที่นอกชานนั้นนั่งไว้ด้วยชายวัยกลางคนสองคนที่ดูหล่อเหลาและงดงามสมกันยิ่งกว่าอะไร
ท่านพ่อท่านแม่
หนุ่มหน้าหวานโทโมฮิสะพอได้เห็นพ่อกับแม่ของตนก็รีบปล่อยมือจากคาเมะแล้ววิ่งโผเข้าไปหาบุพการีอันเป็นที่รักทันใด ในขณะที่ชายหนุ่มร่างเล็กที่นั่งอยู่บนม้านั่งนอกชานก็รีบลุกขึ้นอ้าแขนรอรับร่างของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของตัวเองทันใด
กลับมาแล้วหรือโทโมะ ทำไมไม่ส่งข่าวมาบอกก่อนล่ะลูกจะได้เตรียมกับข้าวที่เจ้าชอบไว้รอต้อนรับ
คิดถึงท่านแม่จังเลยครับ ท่านพ่อด้วยนะ
หนุ่มหน้าหวานเงยหน้าขึ้นยิ้มประจบ ทำเอาสองหนุ่มถึงกับยิ้มแก้มแทบปริด้วยความสุขใจ
คิดถึงแต่ไม่ยักกะยอมกลับมาบ้านเลยนะเรา แล้วนี่เป็นไงมาไงล่ะถึงได้กลับมาบ้านได้
ชายหนุ่มร่างสูงยกมือขึ้นขยี้หัวโทโมะด้วยความรักใคร่ ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นหนุ่มรูปงามอีกคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาอย่างช้าๆและแผ่วเบา
แล้วนั่นใครกันล่ะ
ชายสูงวัยกว่าพยักเพยิดหน้าเป็นเชิงถามไถ่
โทโมะเหลียวหันไปมองหน้าคนรักยิ้มๆหนึ่งครั้ง ก่อนจะหันกลับมาตอบบิดามารดาของตัวเองด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
คนรักของข้าเองครับ
หา
เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งสองหนุ่มจะหันมามองคาเมะกันเป็นตาเดียว
คนในคณะคาราวานหรือ
เสียงเขียวๆราวกับไม่พอใจดังออกมาจากปากของผู้เป็นพ่อ ดูก็รู้ว่าคงจะหวงลูกชายหน้าหวานคนนี้น่าดู ทำเอาคาเมะถึงกับหน้าเจื่อนไปทันใด เหลียวมองทางมารดาของยามะพีดูซิว่าจะมีปฎิกิริยาต่อต้านอะไรบ้างหรือไม่ แล้วคาเมะก็ถึงกับทำหน้างง เมื่อเห็นแม่ของยามะพีนั้นจ้องมองเขาด้วยสีหน้าตกตะลึง
เข้ามานี่หน่อยซิ
คำขอของหนุ่มหน้าหวานร่างเล็กทำเอาสองพ่อลูกต้องหันไปมองดูด้วยความสงสัย เช่นเดียวกับร่างที่เดินเข้ามาอย่างงงๆ คาเมะเหลียวมองยามะพีแวบหนึ่งเหมือนจะปรึกษาแต่ขาก็ยังคงก้าวตรงมาหยุดยืนอยู่หน้ามารดาของคนรักหน้าหวานของตน
เหมือนมาก เหมือนจริงๆ
รำพึงราวกับละเมอออกมา พร้อมกับมือบางที่ยกขึ้นเกลี่ยผมที่ปรกออกจากใบหน้าของคาเมะเพื่อจ้องมองดูใบหน้านั้นอย่างชัดๆด้วยประกายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่ยากจะเอ่ยกล่าว
ท่านแม่
นิโนะ
สองพ่อลูกเอ่ยเรียกหนุ่มร่างบางขึ้นพร้อมกัน ในขณะที่นิโนะคว้ามือคาเมะขึ้นมาแล้วถกแขนเสื้อของชายหนุ่มขึ้น
เจ้าจริงๆ เป็นเจ้าจริงๆด้วย
นิโนะเอ่ยออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่รินไหลลงมาจากสองดวงตา ในขณะที่เงยหน้าขึ้นจ้องมองใบหน้าของคาเมะด้วยประกายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่เทิดทูน
องค์ชายน้อยของข้า คาซึยะ
+++ to be con +++